Line ID
: @redcar_official

ตัวแทนจำหน่าย :
098 210 3766

บทความ
และข่าวสาร

วิธีป้องกันไม่ให้เบาะหนังแตกลายงา ยืดอายุให้เหมือนใหม่

วิธีป้องกันไม่ให้เบาะหนังแตกลายงา
สารบัญ

สนใจซื้อเบาะหุ้มรถยนต์ สามารถสอบถาม
หรือแจ้งรุ่นรถได้เลย

วิธีป้องกันไม่ให้เบาะหนังแตกลายงา


การเป็นเจ้าของรถยนต์สักคัน เรื่องการดูแลรักษาภายในห้องโดยสารเป็นสิ่งที่ละเลยไม่ได้ โดยเฉพาะปัญหากวนใจอย่างเบาะหนังแตกลายงาที่มักเกิดขึ้นเมื่อใช้งานไปนานๆ หรือขาดการดูแลที่ถูกวิธี ปัญหานี้ไม่เพียงแต่ทำให้รถดูเก่าโทรม แต่ยังส่งผลต่อราคาขายต่อในอนาคตอีกด้วย ทาง REDCAR VIP ได้รวบรวมเทคนิคและวิธีการดูแลรักษาเบาะหนังฉบับผู้เชี่ยวชาญมาฝาก เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานให้ยาวนานและคงความสวยงามเหมือนวันแรกที่ถอยรถออกมา รับรองว่าทำตามได้ง่ายและเห็นผลจริงแน่นอน

สาเหตุที่ทำให้เบาะหนังแตกลายงา

ก่อนที่จะไปดูวิธีแก้ไข เราต้องทำความเข้าใจถึงต้นตอของปัญหาเสียก่อน เพื่อที่จะได้หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงได้อย่างตรงจุด ซึ่งสาเหตุหลักที่ทำให้เบาะหนังแตกลายงาจนหมดสวยนั้น มักเกิดจากปัจจัยใกล้ตัวที่เราคาดไม่ถึง ดังนี้

  • แสงแดดและความร้อนสะสม (ศัตรูตัวฉกาจ) รังสียูวีและความร้อนที่สะสมในรถจอดตากแดด จะเข้าไปทำลายโครงสร้างโปรตีนและน้ำมันหล่อเลี้ยงในหนัง ทำให้หนังแห้ง แข็งกระด้าง และเกิดอาการเบาะหนังแตกลายงาได้เร็วที่สุด
  • คราบเหงื่อไคลและสิ่งสกปรกอุดตัน ความเป็นกรด-ด่างและเกลือจากเหงื่อไคล รวมถึงฝุ่นละอองที่สะสมตามร่องเบาะ จะเข้าไปกัดกร่อนผิวหน้าของหนัง ทำให้สารเคลือบผิวเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ
  • การใช้น้ำยาทำความสะอาดผิดประเภท การใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ โซลเวนท์ หรือน้ำยาล้างจาน มาเช็ดเบาะ จะดึงความชุ่มชื้นออกจากหนัง ทำให้หนังแห้งกรอบและนำไปสู่ปัญหาเบาะหนังแตกลายงาในที่สุด
  • อายุการใช้งานและการขาดการบำรุงรักษา หนังแท้และหนังเทียมมีอายุการใช้งานจำกัด หากขาดการเติมความชุ่มชื้น (Conditioning) อย่างสม่ำเสมอ ผิวสัมผัสจะสูญเสียความยืดหยุ่นและปริแตกตามรอยพับได้ง่าย

7 วิธีป้องกันไม่ให้เบาะหนังแตกลายงาที่ได้ผลจริง

การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ สำหรับใครที่ไม่อยากเสียเงินหุ้มเบาะใหม่ก่อนเวลาอันควร นี่คือ 7 วิธีป้องกันไม่ให้เบาะหนังแตกลายงาที่ผ่านการพิสูจน์แล้วว่าได้ผลจริง ช่วยรักษาสภาพเบาะให้ดูดีอยู่เสมอ

1. หลีกเลี่ยงการจอดรถตากแดดจัดเป็นเวลานาน

แสงแดดเมืองไทยมีความรุนแรงมาก การจอดรถตากแดดเพียงไม่กี่ชั่วโมงทำให้อุณหภูมิภายในพุ่งสูงเกิน 60 องศาเซลเซียส หากหลีกเลี่ยงไม่ได้ ควรหาที่จอดในร่ม ใต้ต้นไม้ หรือใช้อาคารจอดรถ จะช่วยลดความเสี่ยงที่เบาะหนังแตกลายงาจากการถูก “อบ” ด้วยความร้อนได้มากที่สุด

2. ลดความร้อนในห้องโดยสาร (การติดฟิล์ม, แง้มกระจก)

หากจำเป็นต้องจอดกลางแจ้งจริงๆ การติดฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูงที่กันรังสี IR และ UV ได้ดีจะช่วยปกป้องผิวเบาะได้ นอกจากนี้ควรใช้ม่านบังแดดหน้ารถ และแง้มกระจกลงเล็กน้อยประมาณ 1-2 เซนติเมตร เพื่อให้อากาศถ่ายเท ลดการสะสมความร้อนที่เป็นตัวเร่งให้เบาะหนังแตกลายงา

3. การทำความสะอาดเบาะหนังเบื้องต้น (ดูดฝุ่น, เช็ดคราบ)

ควรดูดฝุ่นเศษดินและทรายออกจากร่องเบาะและตะเข็บอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง เพราะเศษฝุ่นเหล่านี้มีความคม เมื่อเรานั่งทับและขยับตัวจะเกิดการเสียดสีทำให้ผิวหน้าหนังเป็นรอยถลอกและเร่งให้เบาะหนังแตกลายงาได้ง่ายขึ้น จากนั้นใช้ผ้าไมโครไฟเบอร์ชุบน้ำหมาดๆ เช็ดทำความสะอาดผิวหน้าเบาๆ

4. เคล็ดลับการลงน้ำยาเคลือบเบาะ (Conditioner) อย่างถูกวิธี

หัวใจสำคัญของการป้องกันเบาะหนังแตกลายงาคือการเติม “อาหารผิว” ให้กับเบาะ ควรลงน้ำยาเคลือบเบาะ (Leather Conditioner) เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและคืนความยืดหยุ่น โดยทาบางๆ ให้ทั่วแล้วนวดให้น้ำยาซึมลงไป ไม่ควรทาหนาเกินไปเพราะจะทำให้เหนียวเหนอะหนะ

5. เลือกใช้น้ำยาที่ pH Balance หรือสูตรเฉพาะสำหรับหนัง

การเลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมีความสำคัญมาก ควรเลือกใช้น้ำยาที่มีค่า pH เป็นกลาง (pH Balance) หรือสูตรที่ระบุว่าสำหรับเบาะหนังรถยนต์โดยเฉพาะ หลีกเลี่ยงน้ำยาอเนกประสงค์ที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรง เพื่อรักษาสารเคลือบผิวเดิมไว้ ไม่ให้เบาะหนังแตกลายงาก่อนเวลา

6. ระวังของมีคมและการเสียดสีจากเสื้อผ้า

บางครั้งรอยแตกอาจเกิดจากรอยขีดข่วนสะสม ระวังสิ่งของมีคมในกระเป๋ากางเกง เช่น พวงกุญแจ ปากกา หรือแม้แต่หมุดโลหะบนกางเกงยีนส์ สิ่งเหล่านี้สามารถขูดขีดผิวเบาะจนเป็นรอยลึก และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของรอยฉีกขาดหรือทำให้เบาะหนังแตกลายงาขยายวงกว้างได้

7. การเช็ดตัวให้แห้งก่อนขึ้นรถ (ลดความชื้นและเกลือจากเหงื่อ)

หลังออกกำลังกายหรือตากฝนมา ไม่ควรนั่งเบาะรถทันทีในขณะที่ตัวเปียกชื้น เพราะความชื้นและคราบเกลือจากเหงื่อจะซึมลงไปทำลายโครงสร้างหนัง หากจำเป็นควรหาผ้าแห้งมารองนั่งก่อน เพื่อป้องกันคราบสะสมและการเกิดเชื้อรา ซึ่งเป็นอีกสาเหตุทางอ้อมที่ทำให้ผิวสัมผัสเสื่อมสภาพและเบาะหนังแตกลายงา

แยกประเภทเบาะหนัง

แยกประเภทเบาะหนัง: หนังแท้ vs หนังเทียม ดูแลต่างกันไหม

เบาะรถยนต์แต่ละประเภทมีโครงสร้างวัสดุที่แตกต่างกัน การดูแลรักษาจึงต้องปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม เพื่อป้องกันปัญหาเบาะหนังแตกลายงาได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดที่สุด

การดูแลเบาะหนังแท้ (ต้องการความชุ่มชื้นสูง)

เบาะหนังแท้มีความสวยงามและระบายอากาศได้ดี แต่ก็ต้องการการดูแลเอาใจใส่มากเป็นพิเศษ เพราะมีรูขุมขนที่สูญเสียความชุ่มชื้นได้ง่าย การป้องกันเบาะหนังแตกลายงาในหนังแท้ จำเป็นต้องใช้น้ำยาเคลือบ (Conditioner) ที่มีส่วนผสมของ Lanolin หรือ Mink Oil เพื่อเติมความชุ่มชื้นให้หนังนุ่มนวลอยู่เสมอ หากปล่อยให้แห้ง หนังแท้จะแตกเป็นลายงาได้ชัดเจนและซ่อมแซมยาก

การดูแลเบาะหนังเทียม (PVC/PU) (เน้นความสะอาด ไม่เน้นครีมไขมัน)

เบาะหนังเทียม หรือหนังสังเคราะห์ (PVC, PU) ดูแลรักษาง่ายกว่าหนังแท้ เพราะไม่มีรูขุมขนจริง เน้นการเช็ดทำความสะอาดด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่อ่อนๆ ก็เพียงพอ ปัญหาเบาะหนังแตกลายงาในหนังเทียมมักเกิดจากพลาสติกเสื่อมสภาพจนแข็งกรอบ การลงน้ำยาเคลือบควรใช้สูตร Water-based หรือ Vinyl Protectant เพื่อป้องกันรังสียูวี ไม่ควรใช้น้ำยาประเภทไขมันหรือน้ำมัน เพราะจะทำให้ผิวเบาะเหนียวและเก็บฝุ่น

ถ้าเบาะหนังแตกลายงาไปแล้ว แก้ไขอย่างไรได้บ้าง

หากพบว่าเบาะหนังแตกลายงาไปแล้ว อย่าเพิ่งตกใจหรือถอดใจ ลองพิจารณาวิธีแก้ไขตามความรุนแรงของอาการ เพื่อให้เบาะกลับมาใช้งานได้ดีดังเดิม

  • การซ่อมแซมเบื้องต้น (DIY Kit): หากเป็นรอยแตกตื้นๆ หรือสีถลอก สามารถใช้ชุดซ่อมเบาะหนัง (Leather Repair Kit) หรือ Leather Filler อุดรอยแตก ขัดให้เรียบ แล้วแต้มสีทับ จะช่วยพรางตาและหยุดยั้งไม่ให้รอยเบาะหนังแตกลายงาลุกลามได้
  • เมื่อไหร่ที่ควรส่งร้านสปาเบาะหรือหุ้มใหม่: หากรอยแตกกินลึกถึงชั้นฟองน้ำ หนังฉีกขาดเป็นวงกว้าง หรือหนังแข็งกระด้างจนหมดสภาพ การซ่อมแซมเฉพาะจุดอาจไม่คุ้มค่า การส่งร้านสปาเพื่อฟื้นฟูสภาพ หรือตัดสินใจหุ้มเบาะใหม่ (Re-upholstery) หรือใช้ชุดหุ้มเบาะสวมทับ จะเป็นทางออกที่จบปัญหาเบาะหนังแตกลายงาได้ดีกว่า

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับเบาะหนังแตกลายงา

ควรลงน้ำยาเคลือบเบาะหนังบ่อยแค่ไหน

แนะนำให้ลงน้ำยาเคลือบ (Leather Conditioner) อย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง สำหรับรถที่ใช้งานหนักหรือจอดตากแดดบ่อย หรือทุกๆ 3 เดือน หากจอดในที่ร่ม เพื่อคงความชุ่มชื้นไม่ให้หนังแห้งกรอบและป้องกันเบาะหนังแตกลายงา

ใช้น้ำมันมะพร้าวหรือโลชั่นทาผิวทาเบาะรถได้ไหม

ไม่แนะนำ เพราะอาจทำให้รูขุมขนของหนังอุดตัน เกิดคราบเหนียวสะสม และอาจทำให้เบาะด่างหรือเสียหายในระยะยาว ควรใช้น้ำยาสำหรับเบาะรถโดยเฉพาะจะปลอดภัยต่อสภาพหนังและป้องกันเบาะหนังแตกลายงาได้ดีกว่า

เบาะหนังแตกลายงาซ่อมได้ไหม

ซ่อมได้ หากเป็นรอยแตกตื้นๆ สามารถใช้ผลิตภัณฑ์ Leather Filler อุดรอยและทำสีใหม่ได้ แต่หากหนังฉีกขาดทะลุหรือสภาพหนังเสื่อมสภาพมาก การหาชุดหุ้มเบาะมาสวมทับหรือหุ้มเบาะใหม่อาจคุ้มค่ากว่าการพยายามซ่อมรอยเบาะหนังแตกลายงาเดิม

จอดรถตากแดดทุกวัน จะป้องกันเบาะแตกได้อย่างไร

ควรใช้ม่านบังแดดหน้า-หลังทุกครั้งที่จอด ติดฟิล์มกรองแสงคุณภาพสูง และแง้มกระจกลงเล็กน้อยเพื่อระบายความร้อน รวมถึงต้องลงน้ำยาเคลือบเบาะถี่กว่าปกติเพื่อชดเชยความชุ่มชื้นที่สูญเสียไป ลดโอกาสเสี่ยงเบาะหนังแตกลายงาจากความร้อนสะสม

สรุปเบาะหนังแตกลายงา

สรุปบทความ

การดูแลรักษาเบาะรถยนต์ไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ใส่ใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถป้องกันเบาะหนังแตกลายงาได้อย่างอยู่หมัด แต่สำหรับใครที่เบาะเริ่มเก่า มีรอยแตกที่เกินเยียวยา หรือต้องการปกป้องเบาะเดิมให้ใหม่เสมอ การหาตัวช่วยดีๆ ก็เป็นทางเลือกที่คุ้มค่า REDCAR VIP พร้อมให้บริการด้วยเบาะรถยนต์แบบสวมทับคุณภาพพรีเมียมที่มีให้เลือกมากกว่า 40 แบบ ดีไซน์สวยหรู ติดตั้งง่าย ใส่ทับได้ทุกรุ่นทั้งรถญี่ปุ่น รถยุโรป รถเก๋ง และรถกระบะ ช่วยเปลี่ยนภายในรถให้ดูดีมีระดับพร้อมปกป้องเบาะเดิมไปในตัว

สนใจซื้อเบาะหุ้มรถยนต์
สามารถสอบถาม
หรือแจ้งรุ่นรถได้เลย

หากไม่มั่นใจสามารถสอบถาม
หรือแจ้งรุ่นรถได้ทันที

บทความแนะนำ

RECOMMEND ARTICLE